อาห์.....วันนี้ หลังจากที่ ผมเรียนพิเศษเสร็จ

 

เรื่องอะไรจะรีบกลับบ้าน.....

 

ต้องเดินห้างก่อนสิ ......

 

แปรงสีฟันเยินแล้ว ไปซื้อใหม่ดีกว่า......

 

เห็นอมยิ้ม อยากกิน ไม่ได้กินนานแล้ว^^ (นี่ตูอายุจะ17แล้วนะ!!?)

 

หยิบมา เดินไปจ่ายตัง

 

ของไม่เยอะ เดินไปช่องไม่เกิน10ชิ้นดีกว่า.....

 

รีบเข้าไปแถวที่คนน้อยสุด ยืนรอไป

 

สักพัก.....ไปสะดุดตากับ คนข้างหน้า....เป็นผู้ชายอายุประมาณ30ต้นๆ

 

เขาซื้อของมาเยอะมาก.....แบบว่า สากกะเบือยันเรือรบ

 

ตั้งแต่ นมเด็ก ไปจน สบู่ แชมพู ครีมต่างๆ

 

จขบ.แอบนับ......20กว่าขึ้นว่ะเธอว์......

 

เอ่อ...

 

คือ ปกติช่องนี้มันไว้สำหรับคนของน้อยไม่ใช่เหรอ นี่อะไร

 

พ่อเจ้าประคุณ เอาของมาวาง แคชเชียร์ แทบระเบิด

 

ก็เขาทำไว้ให้ของไม่เกิน10ขึ้น ยัดห่าส์ มาได้......=w=

 

เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ

อาห์....ช่วงนี้มันเป็นอะไรน้า....

 

รู้สึกเพื่อนๆทุกคนจะพากันบอกว่า จขบ. ทำตัวแปลกไป

 

บ้างก็บอกว่า แรงน้อยลง(ก็แค่ไม่อยากแรง)

 

บ้างก็บอกว่า ดูเพ้อผิดปกติ(ก็แค่ร้องเพลงแนวรักๆ ประมาณนั้นร่อนไปในโรงเรียนได้)

 

บ้างก็บอกว่า ดูเหมือนมีพลังงานหรือออร่า ส่องประกายเจิดจ้าออกมาจากตัวผม

 

มันแปลกตรงไหน ก็แค่ "มีความรัก" ^^

 

ปกติบล็อคนี้มาแต่เรื่องเครียดๆ วันนี้ขอเพ้อลงบล็อคสักวัน  のロの

2 วันมานี้เป็นวันอะไรก็ไม่รู้  เมื่อวาน จขบ.ตื่น 7โมง10 มาวันนี้ จขบ.ตื่น ตี5.20

แบบที่ไม่มีใครมาปลุก และก็ไม่ได้ตั้งนาฬิกาด้วย

อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละครับ ว่า ตัว จขบ.นั้น ก่อนจะเขียนเรื่องอะไร

จะมีหัวข้อเรื่อง เตรียมไว้ก่อน ตอนนี้ก็หลายหัวข้ออยู่

(แต่นานๆไปก็เริ่มจะนึกไม่ออกแล้วเหมือนกันนะครับ...ใครมีเรื่องอะไรอยากให้กระผมยำ...เม้นแปะไว้ก็ดี555)

อาห์...เรามาเข้าประเด็นกันดีกว่า

เธอว์ๆผู้อ่านทั้งหลาย คงจะเคยได้ยิน คำพูด ตามหัวข้อเรื่อง...(และคงกดเข้ามาด้วยอารมณ์จี๊ดเต็มที)

"สายวิทย์เหนื่อกว่าสายศิลป์ เพราะเด็กวิทย์ก็เรียนภาษาได้" จากผู้ใหญ่ ผู้เก่า หลายๆทั่น

คือ จขบ. เรียนสายวิทย์นะครับ แต่ลงสาระเพิ่มญี่ปุ่นว่ะ 555

ถึงสาระเพิ่มญี่ปุ่นของสายวิทย์ อย่างที่ร.ร.ของ จขบ. จะเรียนไม่ค่อยเครียด....เรียนไว้ไปเที่ยว =w=

(เฮ้ย...อาจารย์ที่สอนพูดแบบนั้นจริงๆ พูดแบบไม่ซึนเลยอ่ะ)

แต่ก็จริงของอาจารย์ว่ะครับ เรียนมาปี เค้าสอนแค่ฮิรางานะ กับคันจิที่เป็นตัวเลข

จขบ.ก็ ถือว่าเออ เรายังรับไหวมากกว่านั้น ก็ไปหาเพิ่มเอา...

เกริ่นมาพอละ เข้าเรื่องจริงๆเลยดีกว่า


คือ...บอกตามตรง เวลาได้ยินประโยคแบบนี้ จากใจเด็กวิทย์ที่เรียนภาษาได้ อยากบอกว่า

"มึงอย่าใช้พวกกูเป็นเครื่องมือ

เพื่อทำให้วิทย์กับศิลป์ตีกันได้มั้ย?"

พูดตามตรง จขบ. เอาหัวใจโสดๆยันให้เลยว่า ไม่ใช่เด็กวิทย์ทุกคนว่ะครับที่เรียนได้/เรียนไหว

คนที่เค้าไม่ชอบภาษาเลย เรียนไม่ได้ มีถมเถไปครับ นั่นไม่เท่าไหร่

แต่ก็มีอีกพวกนึง เห็นมานักต่อนักแล้ว พวก ตามเพื่อนมา อยากโก้ อยากเท่ แล้วไม่มีหัวด้านนี้

มาเรียน....เรียนมาปี...สอบแบบโคดง่ายแล้ว....มันอ่านยุ่นไม่ออกสักตัว

เรียงวรรคก็ไม่ได้...อะไรแบบนี้ ซึ่ง จากเหตุการณ์นั้นมันก็เป็นแรงบันดาลใจมาสู่การเขียนบทความนี้ก็ว่าได้เลยครับ


แล้วก็อีกอันนึง ใครบอกภาษาง่ายกว่าวิทย์ พ่อจะถีบให้ปลิวจริงๆนะเออ โดยส่วนตัว จขบ.นั้น

มีความรู้สึกว่า เคมีง่ายสุด ฟิสิกส์ กับยุ่นพอๆกัน แล้วชีวะยากสุด 555

(พอดีเกลียดชีวะมาก...เรียนไปมีความรู้สึกว่ามันจะถูกย่อยออกจากตัวจขบ.เร็วว่าตอนที่แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอีก)


เวลามีกระแสดูถูกศิลป์ แล้วใช้พวกวิทย์ประเภทจขบ. มาอ้างเนี่ย บอกตรงๆ จขบ.รู้สึกไม่ดีเลยอ่ะ

แบบมันรู้สึกสงสาร เด็กศิลป์ภาษา เหมือนกันอ่ะ ที่ต้องโดนดูถูกจากคนที่ บางที....แม่งพูดได้เกิน1ภาษาหรือเปล่าเหอะ

คือการเข้ามาเรียนตรงนี้ มันทำให้เราได้คบเพื่อนจากทั้ง2แผนการเรียน ได้เห็นสภาพสังคมที่แตกต่างกัน

มันก็เป็นเรื่องที่ดีออก มันช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นเยอะกว่าพวกที่ชอบดูถูกคนอื่นหลายเท่า


อันที่จริง คนที่ดูถูกศิลป์ ก็ไม่ได้แค่ผู้ใหญ่นะ รุ่นๆเดียวกันกับ จขบ.ก็มี... ด่าว่า"ศิลป์กากยังงู้นกากยังงี้

ภาษาเรียนง่ายย นี่มาเรียนแพทย์พื้นฐานสิ" (ก็กุโง่ชีวะอ่ะครับ....แสรด....และกูก็ไม่อยากเป็นหมอด้วย...)

แต่ขอแฉเหอะ เกรดแม่ง....ห่างจากจขบ.อีกหลายขุม (แม้แต่ชีวะซึ่งจขบ.โง่ ดันไปไล่เลี่ยกับมันซึ่งมันบอกว่ามันเมพชีวะ)

แล้วไม่พอนะ ตอนนั้นดูถูกพอมาตอนนี้ "พัด...ชื่อเค้าเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นยังไงอ่ะ" ถุ้ยยย....เกรียนเมพจริงๆ

แล้วก็มีอีกครั้งนึง มันมาถามว่า" I love you. ภาษาญี่ปุ่นพูดยังไง" ด้วยความหมั่นไส้ เลยสอนไปว่า

"นี่นะ...ภาษาญี่ปุ่นต้องพูดว่า やらないか。(ยาราไนก๊ะ)"มันเชื่อด้วยนะเออ (สรุป จขบ.เกรียนกว่า55555+)

มานึกดูอีกที...น่าจะบอกมันไปว่า ต้องใส่ชุดหมีสีฟ้าด้วยนะ แบบนั้นน่ะ โคดดโรแมนติกเลย 55555555+

โชคดีว่าหลังจากนั้นไม่นาน มีเด็กศิลป์ญี่ปุ่นสายที่มันเคยดูถูกนักหนามาพบเข้า ก็เลยช่วยชีวิตมันมาได้

แต่จะไปว่ามันซะหมดก็ไม่ได้....ของแบบนี้...มันก็คงโดนใครกรอกหูมันมานั่นแหละ - -


สุดท้ายนี้ ก็อยากจะฝากไปยังหลายๆท่านที่ยังมีความรู้สึกดูถูกเด็กศิลป์(ถ้าเปิดคอมเป็นแล้วอ่านเจอนะจ๊ะ...)

ว่าลองปรับเปลี่ยนมุมมองปรับเปลี่ยนทัศนคติดูบ้างเหอะ การมาแบ่งแยกความรู้สึกของเด็กแบบนี้

มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย บางคนอาจจะดูถูกคนอื่นเพื่อที่จะยกตัวเองให้สูง แต่ผลกระทบที่จะตามมาในระยะยาว มันไม่ดีเลย...


จขบ.ส่งเสริมให้ทุกคนรักกันคร้าบบบบบบ.....

edit @ 9 Apr 2010 08:23:25 by KindnezZ