posted on 06 Jun 2010 13:54 by kindnezz in Soc
อาห์.....วันนี้ หลังจากที่ ผมเรียนพิเศษเสร็จ
เรื่องอะไรจะรีบกลับบ้าน.....
ต้องเดินห้างก่อนสิ
......
แปรงสีฟันเยินแล้ว ไปซื้อใหม่ดีกว่า......
เห็นอมยิ้ม อยากกิน ไม่ได้กินนานแล้ว^^ (นี่ตูอายุจะ17แล้วนะ!!?)
หยิบมา เดินไปจ่ายตัง
ของไม่เยอะ เดินไปช่องไม่เกิน10ชิ้นดีกว่า.....
รีบเข้าไปแถวที่คนน้อยสุด ยืนรอไป
สักพัก.....ไปสะดุดตากับ คนข้างหน้า....เป็นผู้ชายอายุประมาณ30ต้นๆ
เขาซื้อของมาเยอะมาก.....แบบว่า สากกะเบือยันเรือรบ
ตั้งแต่ นมเด็ก ไปจน สบู่ แชมพู ครีมต่างๆ
จขบ.แอบนับ......20กว่าขึ้นว่ะเธอว์......
เอ่อ...
คือ ปกติช่องนี้มันไว้สำหรับคนของน้อยไม่ใช่เหรอ นี่อะไร
พ่อเจ้าประคุณ เอาของมาวาง แคชเชียร์ แทบระเบิด
ก็เขาทำไว้ให้ของไม่เกิน10ขึ้น ยัดห่าส์ มาได้......=w=
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ
posted on 05 Jun 2010 13:06 by kindnezz in Lif
อาห์....ช่วงนี้มันเป็นอะไรน้า....
รู้สึกเพื่อนๆทุกคนจะพากันบอกว่า จขบ. ทำตัวแปลกไป
บ้างก็บอกว่า แรงน้อยลง(ก็แค่ไม่อยากแรง)
บ้างก็บอกว่า ดูเพ้อผิดปกติ(ก็แค่ร้องเพลงแนวรักๆ ประมาณนั้นร่อนไปในโรงเรียนได้)
บ้างก็บอกว่า ดูเหมือนมีพลังงานหรือออร่า ส่องประกายเจิดจ้าออกมาจากตัวผม
มันแปลกตรงไหน ก็แค่ "มีความรัก" ^^
ปกติบล็อคนี้มาแต่เรื่องเครียดๆ วันนี้ขอเพ้อลงบล็อคสักวัน のロの
posted on 09 Apr 2010 08:09 by kindnezz in Edu
2 วันมานี้เป็นวันอะไรก็ไม่รู้ เมื่อวาน จขบ.ตื่น 7โมง10 มาวันนี้ จขบ.ตื่น ตี5.20
แบบที่ไม่มีใครมาปลุก และก็ไม่ได้ตั้งนาฬิกาด้วย
อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละครับ ว่า ตัว จขบ.นั้น ก่อนจะเขียนเรื่องอะไร
จะมีหัวข้อเรื่อง เตรียมไว้ก่อน ตอนนี้ก็หลายหัวข้ออยู่
(แต่นานๆไปก็เริ่มจะนึกไม่ออกแล้วเหมือนกันนะครับ...ใครมีเรื่องอะไรอยากให้กระผมยำ...เม้นแปะไว้ก็ดี555)
อาห์...เรามาเข้าประเด็นกันดีกว่า
เธอว์ๆผู้อ่านทั้งหลาย คงจะเคยได้ยิน คำพูด ตามหัวข้อเรื่อง...(และคงกดเข้ามาด้วยอารมณ์จี๊ดเต็มที)
"สายวิทย์เหนื่อกว่าสายศิลป์ เพราะเด็กวิทย์ก็เรียนภาษาได้" จากผู้ใหญ่ ผู้เก่า หลายๆทั่น
คือ จขบ. เรียนสายวิทย์นะครับ แต่ลงสาระเพิ่มญี่ปุ่นว่ะ 555
ถึงสาระเพิ่มญี่ปุ่นของสายวิทย์ อย่างที่ร.ร.ของ จขบ. จะเรียนไม่ค่อยเครียด....เรียนไว้ไปเที่ยว =w=
(เฮ้ย...อาจารย์ที่สอนพูดแบบนั้นจริงๆ พูดแบบไม่ซึนเลยอ่ะ)
แต่ก็จริงของอาจารย์ว่ะครับ เรียนมาปี เค้าสอนแค่ฮิรางานะ กับคันจิที่เป็นตัวเลข
จขบ.ก็ ถือว่าเออ เรายังรับไหวมากกว่านั้น ก็ไปหาเพิ่มเอา...
เกริ่นมาพอละ เข้าเรื่องจริงๆเลยดีกว่า
คือ...บอกตามตรง เวลาได้ยินประโยคแบบนี้ จากใจเด็กวิทย์ที่เรียนภาษาได้ อยากบอกว่า
"มึงอย่าใช้พวกกูเป็นเครื่องมือ
เพื่อทำให้วิทย์กับศิลป์ตีกันได้มั้ย?"
พูดตามตรง จขบ. เอาหัวใจโสดๆยันให้เลยว่า ไม่ใช่เด็กวิทย์ทุกคนว่ะครับที่เรียนได้/เรียนไหว
คนที่เค้าไม่ชอบภาษาเลย เรียนไม่ได้ มีถมเถไปครับ นั่นไม่เท่าไหร่
แต่ก็มีอีกพวกนึง เห็นมานักต่อนักแล้ว พวก ตามเพื่อนมา อยากโก้ อยากเท่ แล้วไม่มีหัวด้านนี้
มาเรียน....เรียนมาปี...สอบแบบโคดง่ายแล้ว....มันอ่านยุ่นไม่ออกสักตัว
เรียงวรรคก็ไม่ได้...อะไรแบบนี้ ซึ่ง จากเหตุการณ์นั้นมันก็เป็นแรงบันดาลใจมาสู่การเขียนบทความนี้ก็ว่าได้เลยครับ
แล้วก็อีกอันนึง ใครบอกภาษาง่ายกว่าวิทย์ พ่อจะถีบให้ปลิวจริงๆนะเออ โดยส่วนตัว จขบ.นั้น
มีความรู้สึกว่า เคมีง่ายสุด ฟิสิกส์ กับยุ่นพอๆกัน แล้วชีวะยากสุด 555
(พอดีเกลียดชีวะมาก...เรียนไปมีความรู้สึกว่ามันจะถูกย่อยออกจากตัวจขบ.เร็วว่าตอนที่แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอีก)
เวลามีกระแสดูถูกศิลป์ แล้วใช้พวกวิทย์ประเภทจขบ. มาอ้างเนี่ย บอกตรงๆ จขบ.รู้สึกไม่ดีเลยอ่ะ
แบบมันรู้สึกสงสาร เด็กศิลป์ภาษา เหมือนกันอ่ะ ที่ต้องโดนดูถูกจากคนที่ บางที....แม่งพูดได้เกิน1ภาษาหรือเปล่าเหอะ
คือการเข้ามาเรียนตรงนี้ มันทำให้เราได้คบเพื่อนจากทั้ง2แผนการเรียน ได้เห็นสภาพสังคมที่แตกต่างกัน
มันก็เป็นเรื่องที่ดีออก มันช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นเยอะกว่าพวกที่ชอบดูถูกคนอื่นหลายเท่า
อันที่จริง คนที่ดูถูกศิลป์ ก็ไม่ได้แค่ผู้ใหญ่นะ รุ่นๆเดียวกันกับ จขบ.ก็มี... ด่าว่า"ศิลป์กากยังงู้นกากยังงี้
ภาษาเรียนง่ายย นี่มาเรียนแพทย์พื้นฐานสิ" (ก็กุโง่ชีวะอ่ะครับ....แสรด....และกูก็ไม่อยากเป็นหมอด้วย...)
แต่ขอแฉเหอะ เกรดแม่ง....ห่างจากจขบ.อีกหลายขุม (แม้แต่ชีวะซึ่งจขบ.โง่ ดันไปไล่เลี่ยกับมันซึ่งมันบอกว่ามันเมพชีวะ)
แล้วไม่พอนะ ตอนนั้นดูถูกพอมาตอนนี้ "พัด...ชื่อเค้าเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นยังไงอ่ะ" ถุ้ยยย....เกรียนเมพจริงๆ
แล้วก็มีอีกครั้งนึง มันมาถามว่า" I love you. ภาษาญี่ปุ่นพูดยังไง" ด้วยความหมั่นไส้ เลยสอนไปว่า
"นี่นะ...ภาษาญี่ปุ่นต้องพูดว่า やらないか。(ยาราไนก๊ะ)"มันเชื่อด้วยนะเออ (สรุป จขบ.เกรียนกว่า55555+)
มานึกดูอีกที...น่าจะบอกมันไปว่า ต้องใส่ชุดหมีสีฟ้าด้วยนะ แบบนั้นน่ะ โคดดโรแมนติกเลย 55555555+
โชคดีว่าหลังจากนั้นไม่นาน มีเด็กศิลป์ญี่ปุ่นสายที่มันเคยดูถูกนักหนามาพบเข้า ก็เลยช่วยชีวิตมันมาได้
แต่จะไปว่ามันซะหมดก็ไม่ได้....ของแบบนี้...มันก็คงโดนใครกรอกหูมันมานั่นแหละ - -
สุดท้ายนี้ ก็อยากจะฝากไปยังหลายๆท่านที่ยังมีความรู้สึกดูถูกเด็กศิลป์(ถ้าเปิดคอมเป็นแล้วอ่านเจอนะจ๊ะ...)
ว่าลองปรับเปลี่ยนมุมมองปรับเปลี่ยนทัศนคติดูบ้างเหอะ การมาแบ่งแยกความรู้สึกของเด็กแบบนี้
มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย บางคนอาจจะดูถูกคนอื่นเพื่อที่จะยกตัวเองให้สูง แต่ผลกระทบที่จะตามมาในระยะยาว มันไม่ดีเลย...
จขบ.ส่งเสริมให้ทุกคนรักกันคร้าบบบบบบ.....
edit @ 9 Apr 2010 08:23:25 by KindnezZ